[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
โรงเรียนบ้านตะโละใส
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 2 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ

Close
:) :D :(
:o :p ;)
:| x( :~
(ตัวแสดงอารมณ์)

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก




  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
  VIEW : 19    
โดย BB

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 1
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 20%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 10.0.0.xxx

 
เมื่อ : จันทร์ ที่ 29 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2563 เวลา 18:11:58    ปักหมุดและแบ่งปัน



[ คลิกที่รูปเพื่อดูขนาดจริง ]

เชลซี ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในศึกฟุตบอลเอฟเอ คัพ อังกฤษ ฤดูกาล 2019-2020 หลังบุกไปเฉือนชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 จากการทำประตูชัยในนาทีที่ 63 โดย รอสส์ บาร์คลีย์ ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมาในครึ่งหลัง

กุนซือหนุ่มวัย 42 ปี ยังกล่าวถึงการเปลี่ยนตัวในครึ่งหลังพร้อมกันถึง 3 คน โดยถอดดาวรุ่งอย่าง เมสัน เมานท์, รีซ เจมส์ และ บิลลี กิลมอร์ ออกมา แล้วส่ง รอสส์ บาร์คลีย์, เซซาร์ อัซปิลิเกวตา กับ มาเตโอ โควาซิช ลงไปแทน ก่อนที่ บาร์คลีย์ จะเป็นซูเปอร์ซับทำประตูชัย และ แลมพาร์ด ก็เปลี่ยนตัวอีก 2 คนจนใช้โควตาครบ 5 คน

แลมพาร์ด ขยายความว่า "หลังจบครึ่งแรก ผมก็ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนตัวพร้อมกัน 3 คนเลย แต่ใจจริงผมอยากให้มีโควตาเปลี่ยนตัวได้ 8 หรือ 9 คนด้วยซ้ำ เพราะถึงแม้ว่าตัวสำรองจะลงมาเปลี่ยนเกมได้ก็จริง แต่ผมคิดว่ายังดีไม่พอ ซึ่งหากพูดแรงเกินไปผมก็ต้องขอโทษด้วย แต่ผมก็ยังดีใจที่ได้ผ่านเข้ารอบ ซึ่งแน่นอนว่ารอบหน้าจะเป็นงานที่ยากขึ้น"

สำหรับ เชลซี จะเข้าไปพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ซึ่งมีกำหนดแข่งระหว่างวันที่ 18-19 กรกฎาคมนี้